top of page

ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมมีอะไรบ้าง เช็กค่าชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน

12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที
ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมมีอะไรบ้าง

ช่วงใกล้เปิดภาคเรียนถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้ปกครองหลายคนต้องเตรียมตัวรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่มักจะเข้ามาพร้อมกันในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นค่าบำรุงการศึกษา ค่าชุดนักเรียน หรือค่าของใช้จิปาถะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียน การเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจรายการค่าใช้จ่ายล่วงหน้าอย่างละเอียด จะช่วยให้สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเครียดจากปัญหาสภาพคล่องทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้


เช็กรายการค่าใช้จ่ายรับเปิดเทอมที่ผู้ปกครองต้องเตรียม



เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างราบรื่นและครอบคลุมทุกความจำเป็น ผู้ปกครองควรจดลิสต์รายการค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่ต้องเผชิญในช่วงเปิดเทอม พร้อมประเมินตัวเลขคร่าว ๆ เพื่อเตรียมเงินก้อนไว้ล่วงหน้า ดังนี้


1. ค่าเทอม

ค่าบำรุงการศึกษาถือเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุด ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามระดับชั้นและประเภทของสถานศึกษา หากเป็นโรงเรียนรัฐบาลอาจมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้น้อยมากหรือฟรีตามนโยบายเรียนฟรี แต่หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 - 5,000 บาทต่อเทอม สำหรับโรงเรียนเอกชนมักเริ่มต้นที่ 15,000 - 50,000 บาทขึ้นไป ส่วนโรงเรียนนานาชาติอาจสูงถึงหลักแสนบาทต่อเทอม ผู้ปกครองจึงควรตรวจสอบกำหนดการชำระเงินกับทางโรงเรียนให้ชัดเจน


2. ค่าอุปกรณ์การเรียน

นอกจากค่าเทอมแล้ว ค่าอุปกรณ์การเรียน ถือเป็นรายจ่ายสำคัญที่ขาดไม่ได้ในทุกเทอม ไม่ว่าจะเป็นสมุด ปากกา ดินสอ สี ยางลบ ไปจนถึงอุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับบางสายการเรียน ซึ่งมักจะต้องเตรียมงบประมาณไว้ราว 500 - 2,000 บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบันการเรียนการสอนหลายแห่งเริ่มพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น อาจทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซื้อแท็บเล็ตหรือแล็ปท็อปเพื่อการศึกษา ซึ่งจะทำให้งบประมาณในส่วนนี้เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่หลักหมื่นบาท


3. ค่าชุดนักเรียน/ชุดนักศึกษา

เด็กในวัยกำลังโตมักมีสรีระที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้ต้องเปลี่ยนไซซ์เสื้อผ้าบ่อยครั้ง ค่าชุดนักเรียนจึงกลายเป็นรายจ่ายประจำทุกปีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนอกจากชุดปกติที่ต้องใส่ไปเรียนทุกวันแล้ว ยังรวมถึงค่าเครื่องแบบนักเรียนประเภทอื่น ๆ เช่น ชุดพละ ชุดลูกเสือ-เนตรนารี กระเป๋านักเรียน รองเท้านักเรียน และรองเท้าผ้าใบ โดยเฉลี่ยแล้วผู้ปกครองควรเตรียมงบประมาณสำหรับหมวดหมู่นี้ไว้ประมาณ 1,500 - 3,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและจำนวนชุดที่ต้องซื้อใหม่


4. ค่ากิจกรรมการศึกษา (เข้าค่าย/ ทัศนศึกษา)

โรงเรียนมักมีการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดทั้งปีการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน เช่น การเข้าค่ายพักแรม ทัศนศึกษานอกสถานที่ งานกีฬาสี หรือกิจกรรมชมรม ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้มักมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มที่ไม่ได้รวมอยู่ในค่าเทอม ผู้ปกครองควรเตรียมเงินสำรองสำหรับค่ากิจกรรมเหล่านี้ไว้ประมาณ 500 - 2,000 บาทต่อเทอม เพื่อให้บุตรหลานได้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างเต็มที่


5. ค่าเรียนพิเศษ

สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเสริมทักษะวิชาการ ติวสอบแข่งขัน หรือเพิ่มความสามารถพิเศษด้านอื่น ๆ ให้กับบุตรหลาน เช่น การเรียนดนตรี ศิลปะ กีฬา หรือคอร์สเรียนภาษาต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะค่อนข้างสูงและต้องจ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้วอาจต้องเตรียมงบประมาณไว้ประมาณ 3,000 - 10,000 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นรายคอร์สตามที่สถาบันกวดวิชากำหนด


6. ค่าหอพัก

สำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาที่ต้องเดินทางไปเรียนต่างจังหวัดหรือสถานศึกษาอยู่ไกลบ้าน จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องที่พักอาศัยเพิ่มเข้ามาเป็นรายจ่ายประจำเดือน เช่น ค่าเช่าหอพัก ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับบ้านและค่าครองชีพพื้นฐานในแต่ละเดือน ซึ่งงบประมาณเฉลี่ยสำหรับค่าหอพักและสาธารณูปโภคจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 - 8,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับทำเลและรูปแบบของที่พัก


4 เทคนิคการบริหารเงิน เพื่อเตรียมเงินก้อนรับเปิดเทอม


ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมมีอะไรบ้าง

การวางแผนการเงินที่ดีและรัดกุมจะช่วยแบ่งเบาภาระในช่วงเปิดเทอมลงได้มาก ลองนำเทคนิคการบริหารจัดการงบประมาณเหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับรายจ่ายที่กำลังจะมาถึง


1. วางแผนงบประมาณและจัดลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่าย

เริ่มต้นด้วยการจดบันทึกและรวบรวมรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเปิดเทอม จากนั้นให้แบ่งหมวดหมู่และจัดลำดับความสำคัญอย่างชัดเจน โดยแยกรายจ่ายที่จำเป็นเร่งด่วนและหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ค่าเทอม ค่าหนังสือเรียน ออกจากรายจ่ายที่สามารถชะลอหรือปรับลดได้ เช่น การซื้อกระเป๋าใบใหม่หากใบเดิมยังใช้งานได้ การทำบัญชีรายรับรายจ่ายล่วงหน้าแบบนี้ จะช่วยให้เห็นภาพรวมของเม็ดเงินที่ต้องใช้ ป้องกันปัญหาการใช้จ่ายเกินตัว และช่วยให้จัดสรรงบประมาณไปกับสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ


2. เริ่มออมเงินล่วงหน้าก่อนถึงช่วงเปิดเทอม

การทยอยเก็บออมเงินทีละเล็กทีละน้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ คือวิธีที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในการลดแรงกดดันทางการเงินเมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ ผู้ปกครองอาจตั้งเป้าหมายโดยคำนวณยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเทอมถัดไป แล้วหารด้วยจำนวนเดือนที่มีเวลาเตรียมตัว เพื่อหักเงินรายได้ส่วนหนึ่งมาเก็บไว้ในบัญชีสำหรับการศึกษาของบุตรหลานโดยเฉพาะ การตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติเข้าบัญชีเงินออมทุกเดือนจะช่วยสร้างวินัยทางการเงิน และทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีเงินก้อนพร้อมใช้ทันทีเมื่อวันเปิดเทอมมาถึง


3. สำรวจของเดิมนำกลับมาใช้ใหม่และเลือกซื้อช่วงจัดโปรโมชัน

ก่อนที่จะตัดสินใจควักเงินซื้อของใหม่ทั้งหมด ควรใช้เวลาสำรวจตู้เสื้อผ้าและโต๊ะหนังสือของบุตรหลานเพื่อตรวจเช็กว่ามีสิ่งของใดจากเทอมที่แล้วที่ยังสามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก เช่น เสื้อผ้าที่ยังใส่พอดี สมุดที่ยังเหลือหน้าว่าง หรือเครื่องเขียนที่ยังใช้ไม่หมด การนำของเดิมมาหมุนเวียนใช้ใหม่จะช่วยประหยัดงบได้มหาศาล และหากมีสิ่งของจำเป็นที่ต้องซื้อใหม่จริง ๆ ควรวางแผนเลือกซื้อในช่วงที่ห้างสรรพสินค้าจัดโปรโมชันต้อนรับเปิดเทอม เพื่อให้ได้สินค้าราคาประหยัดและคุ้มค่าที่สุด


4. จัดสรรเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

ช่วงเปิดเทอมมักจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ไม่ได้อยู่ในแผนการเงินล่วงหน้า เช่น ค่าอุปกรณ์สำหรับทำรายงาน โครงงานกลุ่ม ค่าสมทบทุนกิจกรรมของโรงเรียน หรือแม้แต่ค่ารักษาพยาบาลยามที่บุตรหลานเจ็บป่วยจากการไปโรงเรียน การกันเงินสำรองฉุกเฉินไว้เฉพาะสำหรับเรื่องเบ็ดเตล็ดเหล่านี้ (เช่น ประมาณ 10-20% ของงบประมาณเปิดเทอมทั้งหมด) จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถรับมือกับสถานการณ์กะทันหันได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องดึงเงินจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันส่วนอื่นมาหมุนเวียน


แนะนำบัตรเงินสดดิจิทัล มันนี่ทันเดอร์ เบิกเงินสำรอง พร้อมรับเปิดเทอม


ค่าใช้จ่ายเปิดเทอมมีอะไรบ้าง

หากประเมินค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมอย่างละเอียดแล้วพบว่าอาจมีเงินก้อนไม่เพียงพอ หรือต้องการมีวงเงินสำรองเผื่อไว้จัดการกับรายจ่ายฉุกเฉินที่ไม่ได้คาดคิด บัตรเงินสดดิจิทัล จากมันนี่ทันเดอร์ (MoneyThunder) คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ปกครองในยุคนี้ ด้วยบริการที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า โดยมีจุดเด่นดังนี้

  • สมัครง่ายผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่สาขา

  • ยื่นกู้ได้โดยไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน และไม่ต้องหาบุคคลหรือหลักทรัพย์มาค้ำประกัน

  • ทราบผลการพิจารณาอนุมัติไวสุดใน 10 นาที ช่วยให้มีเงินก้อนไปหมุนเวียนได้ทันใจ

  • รับวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ (สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท)

  • คิดอัตราดอกเบี้ย 2.08% ต่อเดือน (อัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี) แบบลดต้นลดดอก

  • คิดดอกเบี้ยตามยอดที่มีการเบิกถอนและใช้งานจริงเท่านั้น หากยังไม่ได้กดเงินออกมาก็จะไม่เสียดอกเบี้ย

  • มั่นใจในความปลอดภัยและโปร่งใส เพราะดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)


สรุปบทความ

รายจ่ายช่วงเปิดภาคเรียนเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องเผชิญและรับภาระเป็นประจำทุกปี การสำรวจรายการค่าใช้จ่ายล่วงหน้าอย่างละเอียดและวางแผนรักษาสภาพคล่องทางการเงินอย่างรัดกุม จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการเงินในกระเป๋าได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เงินก้อนด่วน การเลือกใช้สินเชื่อเงินสดที่ถูกกฎหมาย อนุมัติไว และคิดดอกเบี้ยตามการใช้งานจริงอย่างบัตรเงินสดดิจิทัลมันนี่ทันเดอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระและทำให้บุตรหลานก้าวเข้าสู่เทอมใหม่ได้อย่างราบรื่น ไร้ความกังวล


คำถามที่พบบ่อย


ชุดนักเรียนราคาเท่าไหร่ ต้องเตรียมเงินเริ่มต้นประมาณกี่บาท

สำหรับข้อสงสัยที่ว่าชุดนักเรียนราคาเท่าไหร่ โดยทั่วไปราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 150 - 500 บาทต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับขนาด ยี่ห้อ และระดับชั้นของนักเรียน หากซื้อครบชุดรวมค่าปักชื่อและเครื่องหมายต่าง ๆ อาจต้องเตรียมงบประมาณไว้ราว 500 - 1,000 บาทต่อชุด


ค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าเครื่องแบบนักเรียน มีรัฐบาลช่วยอุดหนุนไหม

มีนโยบายสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.6 หรือ ปวช.) โดยภาครัฐจะมีการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนและค่าอุปกรณ์การเรียนให้กับนักเรียนตามอัตราที่กำหนดในแต่ละปีการศึกษา


หากหมุนเงินไม่ทันช่วงเปิดเทอม สามารถยื่นขอบัตรเงินสดดิจิทัลมันนี่ทันเดอร์ได้ไหม

สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ ผลิตภัณฑ์ของมันนี่ทันเดอร์ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นวงเงินสำรองฉุกเฉิน ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ปกครองสามารถนำเงินก้อนไปบริหารจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็นในช่วงเปิดเทอมได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย


บัตรเงินสดดิจิทัลมันนี่ทันเดอร์ ต้องใช้เอกสารอะไรในการสมัครบ้าง

ขั้นตอนการสมัครง่ายและไม่ซับซ้อน ผู้สมัครใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และรายการเดินบัญชี (สเตทเม้นท์) ธนาคารย้อนหลัง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณารายได้ผ่านแอปพลิเคชัน โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการขอสลิปเงินเดือน



ให้บริการสินเชื่อโดยบริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด www.money-thunder.com


*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี

วงเงินสูงสุด 1.5 เท่าของรายได้ สำหรับผู้มีรายได้ประจำต่อเดือนน้อยกว่า 30,000 บาทและวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำต่อเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page