top of page

มีเงินน้อยก็เริ่มลงทุนได้ด้วยกองทุนรวม

  • 26 ก.พ.
  • ยาว 1 นาที

ลองจินตนาการว่าหากคุณมีเงิน 500 บาท แล้วเดินไปซื้อหุ้นเพียงตัวเดียว เปรียบเหมือนคุณเอาไข่ใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียว ถ้าเกิดวันหนึ่งบริษัทนั้นขาดทุนหรือปิดตัวลง ตะกร้าใบนั้นก็หล่นแตก ไข่ในตะกร้าหรือเงินเก็บของคุณอาจกลายเป็นศูนย์ทันที


กองทุนรวมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจและรู้จักกองทุนรวมกัน


กองทุนรวมคืออะไร


ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ กองทุนรวมก็คือ “การนำเงินของหลายๆ คนมารวมกัน แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนต่อให้” 


กองทุนรวมจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น หุ้นหรือตราสารหนี้ โดยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนมากกว่าเงินฝาก แต่ราคาสามารถขึ้นลงได้ และอาจขาดทุนในบางช่วง จึงเหมาะกับเงินที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ทันที และควรพิจารณาความเสี่ยงก่อนลงทุน


กองทุนรวมมีข้อได้เปรียบคือ


  1. กระจายความเสี่ยง: เงินของคุณจะถูกกระจายไปลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้น ลดความเสี่ยงเฉพาะตัวของสินทรัพย์ในสินทรัพย์หนึ่ง เช่น หุ้นบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ยังมีความเสี่ยงจากภาวะตลาดโดยรวม

  2. มีมืออาชีพดูแล: มีผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญคอยวิเคราะห์และบริหารเงินลงทุนให้เรา โดยแลกมากับค่าธรรมเนียม 


เริ่มลงทุนในกองทุนรวม


หากต้องการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวในกองทุนรวม วิธีที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำคือ


  1. ลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้น (Index Fund): การลงทุนตามภาพรวมของตลาดหุ้น เช่น ตลาดหุ้นไทย หรือ ตลาดหุ้นสหรัฐ แทนการเลือกหุ้นรายตัว ช่วยกระจายความเสี่ยง และมักมีค่าธรรมเนียมต่ำ อย่างไรก็ตาม ราคาสามารถขึ้นลงตามภาวะตลาด และอาจขาดทุนได้ในบางช่วง จึงเหมาะกับการลงทุนระยะยาวมากกว่าระยะสั้น

  2. ใช้เทคนิคการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA): การลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่ากันอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดือนละ 1,000 บาท ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนผิดจังหวะ และเหมาะกับการลงทุนระยะยาว 

  3. เลือกกองทุนที่ "ลดหย่อนภาษี" ได้ (ถ้ามีรายได้ถึงเกณฑ์): ถ้าคุณต้องเสียภาษีอยู่แล้ว การลงทุนในกองทุนประเภท RMF จะช่วยให้คุณได้ลดภาษีที่ต้องจ่าย และได้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว โดยต้องถือไว้จนถึงอายุ 55 ปีตามเงื่อนไขภาษี ทั้งนี้ การลงทุนมีความเสี่ยงและมีโอกาสขาดทุนเงินต้นได้ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ที่คุณเลือก


กฎเหล็ก “เน้นระยะยาว” (5-10 ปี)


การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การพนันหรือการรวยทางลัด แต่คือการสะสมความมั่งคั่ง คุณควรลงทุนด้วยเงินที่มั่นใจว่าจะไม่ได้นำมาใช้ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานพอจะช่วยลดความผันผวนของตลาด และเปิดโอกาสให้ "เงินมีเวลาทำงาน" อย่างเต็มที่


แต่ช้าก่อน! ก่อนเริ่มลงทุนในกองทุนรวม เช็ก "ความพร้อม" อีกสักนิด


ก่อนซื้อกองทุนรวม มี 2 เรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้


1. เช็กว่าคุณมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” 3-6 เดือนแล้วหรือยัง 

ลองจินตนาการว่า หากคุณนำเงินทั้งหมดไปลงในกองทุนรวมโดยไม่มีเงินสำรองเลย แล้ววันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น รถเสีย เจ็บป่วย หรือตกงาน ในจังหวะที่ "ตลาดหุ้นกำลังตก" คุณจะถูกบังคับให้ต้องขายกองทุนทิ้งในราคาขาดทุนเพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายทันที


นั่นคือสาเหตุที่คุณควรมีเงินเก็บในบัญชีออมทรัพย์อย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือนไว้ก่อน เงินก้อนนี้คือ "เกราะป้องกัน" ที่มีไว้เพื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินโดยเฉพาะ เมื่อคุณมีเงินสำรองฉุกเฉินที่เป็นรากฐานที่มั่นคงแล้ว คุณถึงจะเริ่มนำเงินส่วนที่เหลือมาลงทุนระยะยาวได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง คุณก็ไม่ต้องฝืนขายกองทุนออกมาในเวลาที่ไม่เหมาะสม


2. เข้าใจความต่างระหว่าง “เงินฝากในธนาคาร” กับ “กองทุนรวม”


  • เงินฝากธนาคาร: จุดเด่นคือความมั่นคงสูงสุดและสภาพคล่องสูง เงินต้นของคุณจะไม่หายไปไหนและสามารถถอนออกมาใช้ได้ทันทีในยามคับขัน แต่ข้อเสียคือดอกเบี้ยมักจะแพ้ “เงินเฟ้อ” (ภาวะที่ราคาสินค้าแพงขึ้นทุกปี) การฝากเงินทั้งหมดไว้เฉยๆ นานเกินไปจึงอาจทำให้กำลังซื้อของคุณลดลงในอนาคต

  • กองทุนรวม: คือการนำเงินไป “ทำงาน” เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า แม้จะมีความเสี่ยงที่ราคาจะขึ้นลงบ้างในระยะสั้น และไม่ได้ถอนได้ทันทีเหมือนเงินฝาก (มักใช้เวลา 1-5 วันทำการ) แต่ในระยะยาวมีโอกาสสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อได้


3. ค่าธรรมเนียมและการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

  • ค่าธรรมเนียม: ยิ่งค่าธรรมเนียมกองทุนต่ำ ผลตอบแทนที่ได้จะเหลือถึงมือคุณมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะยาว ค่าธรรมเนียมที่ต่างกันเพียง 1% อาจทำให้ผลตอบแทนต่างกันอย่างมาก

  • การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน: หากคุณไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ควรดูว่ากองทุนนั้นมีการ "ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน" หรือไม่ เพื่อไม่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต้องหายไปเพราะอัตราแลกเปลี่ยน


“เวลาและวินัย” หัวใจสำคัญของการลงทุน


ความมั่นคงทางการเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเงินมากแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณ "เริ่มเร็วและสม่ำเสมอ" เพียงใด การลงทุนในกองทุนรวมเปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนที่ต้องอาศัยวินัยและการรอคอยให้เงินทำงานเป็นระยะเวลาที่นานพอ และที่สำคัญที่สุด "ก่อนจะเริ่มก้าวแรก" อย่าลืมสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือนให้มั่นคง เพื่อให้คุณเดินทางสู่เป้าหมายทางการเงินได้อย่างยั่งยืน


สินเชื่อมันนี่ทันเดอร์ ทางเลือกที่ช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ ผ่านแอปที่เข้าใจคนทำมาหากิน สมัครเลยที่  http://bit.ly/3g59CdY


กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ดอกเบี้ยปกติ 33% ต่อปี


ดาวน์โหลดแอป MoneyThunder ได้ที่ http://bit.ly/3g59CdY 

หรือค้นหา “MoneyThunder” ใน Google Play Store หรือ App Store

สอบถามเพิ่มเติม LINE: @MoneyThunder หรือคลิก http://nav.cx/9f2NKwg

ติดตาม MoneyThunder ผ่าน Facebook: www.facebook.com/MoneyThunderOfficial



 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page