เริ่มลงทุนให้ถูกทาง: เข้าใจตัวเองและระดับความเสี่ยง
- 26 ก.พ.
- ยาว 1 นาที
หลายคนตั้งใจเก็บเงินอย่างสม่ำเสมอ แต่ในโลกที่ค่าครองชีพสูงขึ้นตลอดเวลา การออมอย่างเดียวอาจทำให้เงินโตช้ากว่าที่ควร การลงทุนจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เงินเติบโตในระยะยาว
เพื่อเริ่มต้นอย่างมั่นใจ มาดูหลักคิดสำคัญของการลงทุนกันก่อน

การลงทุนคืออะไร
การลงทุนคือการทำให้เงินงอกเงยโดยนำเงินที่มีไปซื้อสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งการลงทุนที่ดี อย่างน้อยควรจะชนะ "เงินเฟ้อ" ซึ่งเป็นภาวะที่ข้าวของแพงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เงินในกระเป๋าของคุณมีค่าลดลง
ดังนั้น เป้าหมายแรกของการลงทุนที่ดีคือ อย่างน้อยควรจะได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินเฟ้อ และเป้าหมายต่อไปคือการทำให้เงินนั้นเติบโต
การลงทุนที่ดีควรเริ่มจาก "การประเมินตัวเอง" ว่าคุณรับความผันผวนจากการลงทุนได้แค่ไหน เช่น หากคุณกังวลเมื่อเห็นตัวเลขเงินลดลง คุณควรเน้นลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงต่ำ
โดยหลักการเรื่องความเสี่ยงที่คุณต้องรู้คือ "ความเสี่ยงและผลตอบแทนมักไปด้วยกัน" หากคุณเลือกลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงต่ำ โอกาสขาดทุนก็จะน้อยลง แต่ผลตอบแทนก็มักไม่สูงมาก คล้ายกับการฝากเงินธนาคารที่เน้นรักษาเงินต้นให้ครบถ้วน ในทางกลับกัน หากต้องการโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น ก็ต้องเตรียมใจรับความเสี่ยงจากการขาดทุนได้เช่นกัน
เพื่อให้คุณเลือกวิธีลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ เรามาทำความเข้าใจประเภทของสินทรัพย์ที่คุณลงทุนได้ โดยแบ่งตามระดับความเสี่ยงกันก่อน
สิ่งที่เรานำเงินไปลงทุนได้มีอะไรบ้าง แบ่งตามระดับความเสี่ยง
1. ความเสี่ยงต่ำ (รักษาเงินต้น สภาพคล่องสูง)
เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย เน้นรักษาเงินต้นเป็นหลัก หรือเป็นเงินที่ต้องใช้ในระยะสั้น
ตัวอย่าง: เงินฝากออมทรัพย์, เงินฝากประจำ, กองทุนรวมตลาดเงินที่ลงทุนในประเทศ
2. เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ (โอกาสผลตอบแทนสูงขึ้น)
มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝาก แต่ก็มีความผันผวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้น้อย และไม่ต้องใช้เงินก้อนนี้ทันที
ตัวอย่าง: พันธบัตรรัฐบาล, กองทุนรวมตราสารหนี้, กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล
3. เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง (เน้นสร้างผลตอบแทน)
เหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงได้ระดับหนึ่งต้องการเห็นเงินเติบโตขึ้น และยอมรับได้หากมูลค่าลดลงบ้างในบางช่วง
ตัวอย่าง: หุ้นกู้เอกชน, กองทุนรวมผสม (หุ้นรวมกับตราสารหนี้)
4. ความเสี่ยงสูง (โอกาสได้ผลตอบแทนสูง พร้อมความผันผวน)
มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้มากกว่า เหมาะกับคนที่ลงทุนระยะยาว และยอมรับได้หากมูลค่าลดลงอย่างมากในบางช่วง
ตัวอย่าง: หุ้น, กองทุนรวมหุ้น, กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม, ETF (กองทุนที่ซื้อขายได้ผ่านตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้นทั่วไป)
5. ความเสี่ยงสูงมาก (ผันผวนรุนแรง)
เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์ลงทุนและเข้าใจความเสี่ยงเป็นอย่างดีเท่านั้น ราคาผันผวนรุนแรง อาจขาดทุนมากในระยะสั้น ก่อนเริ่มลงทุน ควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน และไม่มีภาระหนี้ดอกเบี้ยสูงที่ยังจัดการไม่ได้
ตัวอย่าง: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures), กองทุนรวมน้ำมันหรือสินค้าโภคภัณฑ์
เคล็ดลับลงทุน
กระจายความเสี่ยง: ไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปกับสินทรัพย์ชนิดเดียว ควรแบ่งเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อป้องกันความเสียหายหากสินทรัพย์หนึ่งมูลค่าตก เพราะยังมีสินทรัพย์อื่นมาช่วยกระจายความเสี่ยงและชดเชยส่วนต่างได้
ใช้กลยุทธ์ DCA (Dollar Cost Averaging): คือการลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือน วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาดผิดพลาด และช่วยเฉลี่ยต้นทุนให้เหมาะสม
เริ่มลงทุนน้อยๆ: เริ่มจากจำนวนเงินที่คุณสบายใจ เมื่อมีความรู้และประสบการณ์มากขึ้นจึงค่อยๆ ขยับสัดส่วนการลงทุน
ข้อควรระวัง
อย่าลงทุนในสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจเด็ดขาด การศึกษาข้อมูลอย่างต่อเนื่องคือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาผลประโยชน์และลดความเสี่ยงจากการขาดทุนก้อนใหญ่
สินเชื่อมันนี่ทันเดอร์ ทางเลือกที่ช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ ผ่านแอปที่เข้าใจคนทำมาหากิน สมัครเลยที่ http://bit.ly/3g59CdY
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ดอกเบี้ยปกติ 33% ต่อปี
ดาวน์โหลดแอป MoneyThunder ได้ที่ http://bit.ly/3g59CdY
หรือค้นหา “MoneyThunder” ใน Google Play Store หรือ App Store
สอบถามเพิ่มเติม LINE: @MoneyThunder หรือคลิก http://nav.cx/9f2NKwg
ติดตาม MoneyThunder ผ่าน Facebook: www.facebook.com/MoneyThunderOfficial
ความคิดเห็น