อยากให้เงินงอกเงยอย่างปลอดภัย เริ่มต้นอย่างไรดี
- 26 ก.พ.
- ยาว 1 นาที
หลายคนเลือกเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาเพราะเน้นปลอดภัย มั่นใจว่าเงินต้นจะไม่หายไปไหน แต่สิ่งที่ต้องเผชิญคืออัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งอาจไม่ชนะเงินเฟ้อหรือค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้มูลค่าของเงินเราลดลงอย่างช้า ๆ
ตัวอย่างเช่น หากวันนี้คุณมีเงิน 100 บาท คุณจะซื้อก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 บาทได้ 2 ชาม แต่ในอนาคตเมื่อราคาก๋วยเตี๋ยวขยับขึ้นเป็นชามละ 80-100 บาท เงินก้อนเดิมจะซื้อได้เพียงชามเดียวเท่านั้น เพราะดอกเบี้ยเงินฝากที่คุณได้รับโตไม่ทันราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ข่าวดีคือ ยังมีสินทรัพย์อีกหลายประเภทที่ความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนที่น่าจูงใจกว่าการฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์
1. บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสูงและเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก
ผลตอบแทน: ประมาณ 1.5–3% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร)
จุดเด่น: สภาพคล่องสูง สามารถถอนออกมาใช้ได้ทันที เหมาะสำหรับเก็บเงินสำรองฉุกเฉินหรือเงินที่ต้องใช้ในระยะ 6–12 เดือน
ข้อควรรู้: มักมีเงื่อนไข เช่น จำกัดวงเงินฝากที่ได้รับดอกเบี้ยสูง หรือต้องทำธุรกรรมผ่านแอปตามที่กำหนด
2. เงินฝากประจำ
ความเสี่ยงต่ำมาก เหมาะสำหรับเงินก้อนที่วางแผนไว้แล้วว่ายังไม่ต้องรีบใช้
ผลตอบแทน: ประมาณ 1.5–2.5% ต่อปี
จุดเด่น: ให้ความแน่นอนเรื่องผลตอบแทน เหมาะกับผู้ที่ต้องการความชัวร์และไม่อยากติดตามสภาวะตลาดบ่อยๆ
ข้อควรรู้: ต้องฝากตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 6, 12 หรือ 24 เดือน) หากถอนก่อนกำหนด ดอกเบี้ยที่ได้รับจะลดลงอย่างมาก
3. พันธบัตรรัฐบาล หรือ กองทุนรวมตราสารหนี้
โดยทั่วไปมีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น แต่ยังมีโอกาสที่เงินต้นจะลดลงได้ ต่างจากเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเงินต้นภายใต้เงื่อนไขของสถาบันการเงิน
ผลตอบแทน: ประมาณ 1.8–3.5% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับประเภทและระยะเวลา)
จุดเด่น: มีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจากออกโดยรัฐบาล หรือลงทุนในหนี้ของหน่วยงานที่มั่นคง เหมาะสำหรับการออมระยะกลาง
ข้อควรรู้: มูลค่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามทิศทางดอกเบี้ย และอาจใช้เวลา 1-2 วันทำการในการขายคืนเพื่อรับเงินสด
4. กองทุนรวมผสม
ทางเลือกสำหรับผู้ที่ยอมรับความผันผวนได้มากกว่าตราสารหนี้ เนื่องจากกองทุนรวมผสม เป็นกองทุนที่นำเงินไปลงทุนทั้งในหุ้นและตราสารหนี้ในกองเดียวกัน ในบางช่วงเวลาอาจให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว แต่ผลตอบแทนไม่คงที่และมูลค่าอาจลดลงได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลง
ผลตอบแทน: ประมาณ 3–7% ต่อปี (ในบางช่วงเวลา ผลตอบแทนในอนาคตอาจแตกต่าง และอาจขาดทุนได้)
จุดเด่น: มีผู้จัดการกองทุนช่วยกระจายเงินลงทุนไปในสินทรัพย์หลายประเภทในกองเดียว เช่น แบ่งเงินส่วนใหญ่ไปไว้ในตราสารหนี้ที่ปลอดภัย และแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนในหุ้นคุณภาพดีเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน เหมาะสำหรับคนที่อยากขยับมาลงทุนแต่ไม่มีเวลาติดตามตลาดหรือจัดพอร์ตเอง
ข้อควรระวัง: เนื่องจากมีการนำเงินไปลงทุนในหุ้นบางส่วน มูลค่าเงินต้นจึงมีความผันผวนมากกว่าตราสารหนี้ และผลตอบแทนไม่ได้คงที่เหมือนการฝากเงิน
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
หากคุณมีเงินเก็บ 100,000 บาท ทิ้งไว้เป็นเวลา 1 ปี ผลตอบแทนที่ได้รับจะแตกต่างกันดังนี้
ประเภทสินทรัพย์ | กรณีตลาดดี | กรณีตลาดปกติ | กรณีตลาดไม่ดี | ความผันผวน |
ออมทรัพย์ทั่วไป | +300 ถึง +500 บาท | +300 ถึง +500 บาท | +300 ถึง +500 บาท | ต่ำมาก |
ออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง | +1,500 ถึง +3,000 บาท | +1,500 ถึง +3,000 บาท | +1,500 ถึง +3,000 บาท | ต่ำมาก |
ตราสารหนี้ / พันธบัตร | +2,000 ถึง +3,500 บาท | +1,000 ถึง +2,000 บาท | -500 ถึง -2,000 บาท | ต่ำ–ปานกลาง |
กองทุนรวมผสม | +5,000 ถึง +7,000 บาท | +2,000 ถึง +4,000 บาท | -3,000 ถึง -8,000 บาท | ปานกลาง |
สรุป
หากเป็นเงินสำรองที่ต้องถอนมาใช้ได้เลย: แนะนำเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง
หากเป็นเงินเย็นที่ไม่รีบใช้: แนะนำเงินฝากประจำ พันธบัตรรัฐบาล กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม
การทำให้เงินงอกเงยไม่จำเป็นต้องฝืนรับความเสี่ยงที่สูงเกินไป เพียงแค่เราไม่ปล่อยให้เงิน "นอนนิ่ง" อยู่ในที่ที่ผลตอบแทนต่ำเกินไป ก็สามารถช่วยให้เงินเติบโตได้มากกว่าการฝากเงินไว้เฉยๆ ในระยะยาว
สินเชื่อมันนี่ทันเดอร์ ทางเลือกที่ช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ ผ่านแอปที่เข้าใจคนทำมาหากิน สมัครเลยที่ http://bit.ly/3g59CdY
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ดอกเบี้ยปกติ 33% ต่อปี
ดาวน์โหลดแอป MoneyThunder ได้ที่ http://bit.ly/3g59CdY
หรือค้นหา “MoneyThunder” ใน Google Play Store หรือ App Store
สอบถามเพิ่มเติม LINE: @MoneyThunder หรือคลิก http://nav.cx/9f2NKwg
ติดตาม MoneyThunder ผ่าน Facebook: www.facebook.com/MoneyThunderOfficial
ความคิดเห็น