top of page

โดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่าย ทำไงดี เช็กสิ่งที่ต้องทำ พร้อมวิธีแก้ปัญหา

9 ต.ค.
ยาว 1 นาที
โดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่าย

การได้รับหนังสือแจ้งประเมินภาษีย้อนหลังเป็นเรื่องที่สร้างความตกใจและกดดันให้กับผู้มีรายได้ โดยเฉพาะเมื่อตรวจสอบยอดแล้วพบว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงจนเกิดปัญหาโดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่าย หลายคนอาจรู้สึกมืดแปดด้านและกังวลถึงผลกระทบทางกฎหมายที่จะตามมา การตั้งสติและทำความเข้าใจกระบวนการของกรมสรรพากรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด บทความนี้จะพาไปหาคำตอบว่าหากเจอสถานการณ์นี้ต้องรับมืออย่างไร มีทางออกใดบ้างเพื่อจัดการปัญหาให้จบลงด้วยดี


ไขข้อข้องใจ โดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่าย ติดคุกไหม


โดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่ายติดคุกไหม

ความกลัวสูงสุดเมื่อได้รับจดหมายจากกรมสรรพากรคือเรื่องของโทษทางอาญา หลายคนเกิดความสงสัยว่าโดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่าย ติดคุกไหม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายภาษีอากรมีการแบ่งแยกความผิดตามเจตนาและพฤติการณ์อย่างชัดเจน


โดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่ายไม่ได้ติดคุกในทันที

การค้างชำระภาษีเพียงเพราะขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไม่ได้ทำให้ต้องรับโทษจำคุกทันที กรณีนี้ถือเป็นความรับผิดทางแพ่ง ซึ่งกรมสรรพากรจะมุ่งเน้นไปที่การติดตามทวงถามให้ผู้เสียภาษีนำเงินมาชำระพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย มากกว่าการดำเนินคดีอาญาเพื่อเอาคนเข้าคุก


โทษจำคุกจะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีมีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกง

โทษทางอาญาอย่างการจำคุกจะถูกนำมาใช้กับผู้ที่มีเจตนาทุจริต หลีกเลี่ยงภาษี หรือฉ้อโกงเท่านั้น เช่น การจงใจสร้างเอกสารเท็จ การแจ้งข้อมูลรายได้อันเป็นเท็จ หรือการใช้ใบกำกับภาษีปลอม หากเป็นการยื่นภาษีผิดพลาดโดยสุจริตใจหรือเป็นเพียงการค้างชำระเพราะไม่มีเงิน จะไม่เข้าข่ายความผิดในส่วนนี้


ผลกระทบทางแพ่งหากปล่อยเฉยไม่ยอมจ่ายภาษี

แม้จะไม่มีโทษจำคุกจากการไม่มีเงินจ่าย แต่หากเพิกเฉยต่อหนังสือแจ้งประเมิน ผู้เสียภาษีจะต้องรับภาระเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) ในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ต้องจ่าย และหากปล่อยปละละเลยขั้นสุด กรมสรรพากรมีอำนาจตามกฎหมายในการยึด อายัด และนำทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ภาษีโดยไม่ต้องฟ้องศาล


สิ่งที่ต้องทำเมื่อโดนภาษีย้อนหลังแต่ยังไม่มีเงินชำระ


โดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่าย

เมื่อเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่าไม่มีเงินจ่ายภาษีทำไงดี สิ่งแรกที่ต้องทำคือห้ามเพิกเฉยต่อจดหมายแจ้งประเมินเด็ดขาด ผู้เสียภาษีควรดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองและหาแนวทางบรรเทาภาระหนี้


ตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือแจ้งประเมินภาษี

เมื่อได้รับหนังสือแจ้งประเมิน ให้นำข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนของตนเองมาตรวจสอบเทียบกับข้อมูลของเจ้าหน้าที่ หากพบว่าการประเมินภาษีไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ผู้เสียภาษีมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อขอให้พิจารณายอดภาษีใหม่ให้ถูกต้อง


ติดต่อกรมสรรพากรเพื่อขอทำเรื่องผ่อนชำระภาษี

หากตรวจสอบแล้วพบว่ายอดภาษีถูกต้องแต่ไม่มีเงินก้อนชำระในคราวเดียว สามารถเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรในพื้นที่เพื่อเจรจาขอผ่อนชำระภาษีได้ โดยปกติกรมสรรพากรจะเปิดโอกาสให้ผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ซึ่งจะช่วยลดความกดดันทางการเงินและป้องกันไม่ให้ถูกดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดอย่างการอายัดทรัพย์สิน


ยื่นเรื่องขอลดหรือละเว้นเบี้ยปรับภาษี

ยอดภาษีย้อนหลังมักมาพร้อมกับเบี้ยปรับที่สูงมาก ผู้เสียภาษีสามารถทำหนังสือคำร้องเพื่อขอลดหรืองดเบี้ยปรับได้ โดยต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นและพิสูจน์ให้เห็นว่าตนเองไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี แต่เกิดจากความผิดพลาดโดยสุจริต หรือกำลังเผชิญกับวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก หากเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นสมควร ก็อาจได้รับการลดหย่อนเบี้ยปรับลงตามระเบียบ


ทางเลือกในการหาเงินก้อนเพื่อชำระภาษีย้อนหลัง


โดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่าย

การจัดการยอดค้างชำระภาษีให้จบเร็วที่สุดคือวิธีลดภาระดอกเบี้ยเงินเพิ่มที่ดีที่สุด หากการผ่อนชำระยังทำให้สภาพคล่องตึงตัว การมองหาแหล่งเงินทุนทางเลือกเพื่อนำมาปิดยอดจึงเป็นทางออกที่ควรพิจารณา


นำสิ่งของหรือทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นมาเปลี่ยนเป็นเงินทุน

สำรวจทรัพย์สินรอบตัวที่ไม่ได้ใช้งานแล้วแต่วางทิ้งไว้ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กระเป๋าแบรนด์เนม หรือของสะสม นำมาปล่อยขายผ่านช่องทางออนไลน์หรือตลาดนัดมือสอง เพื่อเปลี่ยนสิ่งของเหล่านั้นให้กลายเป็นเงินก้อนสำหรับนำไปชำระภาษีและเสริมสภาพคล่องในกระเป๋า


หารายได้เสริม รับงานฟรีแลนซ์ หรือทำพาร์ทไทม์

ใช้ทักษะความสามารถพิเศษที่มีอยู่มารับงานเสริมหลังเลิกงานหรือในช่วงวันหยุด เช่น การรับจ้างออกแบบ แปลภาษา ทำกราฟิก หรือขับรถส่งอาหาร การเพิ่มช่องทางรายได้ถือเป็นการแก้ปัญหาทางการเงินที่ยั่งยืนและช่วยให้มีเงินไปจัดการภาระภาษีได้รวดเร็วขึ้น


ยื่นขอสินเชื่อส่วนบุคคลถูกกฎหมายเพื่อนำมาหมุนเวียนสภาพคล่อง

การขอสินเชื่อส่วนบุคคลถูกกฎหมายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนด่วนมาปิดยอดภาษีเพื่อหยุดดอกเบี้ยเงินเพิ่มของสรรพากร ควรเลือกสินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก และมีความยืดหยุ่นในการชำระคืน เพื่อให้นำเงินมาจัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างปลอดภัย


สรุปบทความ

ปัญหาเรื่องโดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่าย ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรับโทษทางอาญาหรือติดคุกเสมอไป สิ่งสำคัญคือห้ามเพิกเฉยต่อหนังสือแจ้งประเมิน แต่ควรเข้าไปติดต่อกับกรมสรรพากรโดยเร็วที่สุดเพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการขอผ่อนชำระเป็นงวด ๆ หรือการยื่นเรื่องขอลดเบี้ยปรับภาษี รวมถึงการหาทางเลือกอื่น ๆ ในการเพิ่มสภาพคล่องเพื่อนำเงินก้อนมาจัดการภาระภาษีให้จบลงและลดภาระดอกเบี้ยเงินเพิ่ม


หากต้องการตัวช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน บัตรเงินสดดิจิทัล มันนี่ทันเดอร์ ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ด้วยจุดเด่นที่สมัครง่ายผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน รู้ผลอนุมัติไวสุดใน 10 นาที รับวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ (สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท)* และคิดอัตราดอกเบี้ย 2.08% ต่อเดือน (ดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี) ช่วยให้คุณมีวงเงินสำรองไว้บริหารจัดการค่าใช้จ่ายจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที และปลอดภัยภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)


คำถามที่พบบ่อย


โดนภาษีย้อนหลังไม่มีเงินจ่าย ติดคุกไหม

ไม่ติดคุกโดยอัตโนมัติ การไม่มีเงินจ่ายภาษีถือเป็นความรับผิดทางแพ่ง โทษจำคุกจะเกิดขึ้นเฉพาะในกรณีที่มีการพิสูจน์ได้ว่าผู้เสียภาษีมีเจตนาทุจริต ฉ้อโกง หรือจงใจสร้างเอกสารเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีเท่านั้น


ไม่มีเงินจ่ายภาษีทำไงดี สามารถขอผ่อนชำระได้ไหม

สามารถทำได้ โดยต้องรีบเข้าไปติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่เพื่อทำเรื่องขอผ่อนชำระภาษีเป็นงวด ๆ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระและป้องกันไม่ให้ถูกใช้มาตรการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน


หากโดนประเมินภาษีย้อนหลังแล้วปล่อยเฉย จะเกิดอะไรขึ้น

จะถูกคิดเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) ในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้างชำระ และหากเพิกเฉยเป็นเวลานาน กรมสรรพากรมีอำนาจตามกฎหมายในการยึดและอายัดทรัพย์สินเพื่อนำไปขายทอดตลาดชำระหนี้


บัตรเงินสดดิจิทัล มันนี่ทันเดอร์ ใช้เอกสารอะไรในการสมัครบ้าง

สมัครง่ายโดยไม่ต้องยื่นสลิปเงินเดือน ใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และรายการเดินบัญชี (สเตทเม้นท์) ธนาคารย้อนหลัง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณารายได้ผ่านแอปพลิเคชัน


อ้างอิง: กรมสรรพากร. (2569, 7 ตุลาคม). RD Knowledge 1.10 บทลงโทษ. กรมสรรพากร. https://interapp4.rd.go.th/call_center_inter/src/call_main.php 



ให้บริการสินเชื่อโดยบริษัท อบาคัส ดิจิทัล จำกัด ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด www.money-thunder.com


*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี

วงเงินสูงสุด 1.5 เท่าของรายได้ สำหรับผู้มีรายได้ประจำต่อเดือนน้อยกว่า 30,000 บาทและวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำต่อเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page